เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ (L.D) หมายถึง คนที่มีมีความบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในกระบวนการพื้นฐานทาง จิตวิทยาที่เกี่ยวกับความเข้าใจหรือการใช้ภาษา อาจเป็นการพูดและ/หรือภาษาเขียน หรือการคิดคำนวณ รวมทั้งสภาพความบกพร่องในการรับรู้ สมองได้รับบาดเจ็บ การปฏิบัติงานของสมองสูญเสียไป
ลักษณะของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
- มีความบกพร่องทางการพูด
- มีความบกพร่องทางการสื่อสาร
- มีปัญหาในการเรียนวิชาทักษะ
- มีปัญหาในการสร้างแนวความคิดรวบยอด
- การทดสอบผลการเรียนให้ผลไม่แน่นอนมากแก่การพยากรณ์
- มีความบกพร่องทางการรับรู้
- มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว
- มีอารมณ์ไม่คงที
- ยกตัวหรือผงกศีรษะบ่อยๆ
- ลักษณะการนอนไม่คงที่
- มีพัฒนาการทางร่างกายไม่คงที่
- มีพฤติกรรมไม่คงเส้นคงว่า
- เสียสมาธิง่ายแสดงพฤติกรรมแปลกๆ
- มีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน สาเหตุ
1. การได้รับบาดเจ็บทางสมองเนื่องจากระบบประสาทส่วนกลางได้รับบาดเจ็บไม่สามารถทำงานได้เต็มที่
2. กรรมพันธุ์ เนื่องจากงานวิจัยจำนวนมากระบุว่า ถ้าหากพ่อแม่ ญาติ พี่น้องที่ใกล้ชิดเป็นจะมีดอกาส ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรม
3. สิ่งแวดล้อม เป็นสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การได้รับบาดเจ็บทางสมอง หรือกรรมพันธุ์ เช่น การพัฒนาการช้า เนื่องจากการได้รับสารอาหารไม่ครบ ขาดสารอาหาร มลพิษ การเลี้ยงดู
· จำตัวอักษรไม่ได้ จำตัวอักษรได้แต่อ่านเป็นคำไม่ได้
· ความสามารถในการอ่านต่ำกว่านักเรียนอื่นในชั้นเดียวกัน
· ระดับสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยหรือสูงกว่าเกณฑ์
· เข้าใจภาษาได้ดีหากได้ฟังหรือมีคนอ่านให้ฟัง
· อ่านคำโดยสลับตัวอักษร
· ไม่สามารถแยกเสียงสระในคำได้
· ไม่เข้าใจว่าตัวอักษรใดมาก่อน – หลัง
· พูดไม่เป็นประโยค
· เด็กบางคนมีความไวในการฟัง
· เด็กบางคนอาจมีความไวในการใช้สายตา
· ไม่สามารถลอกคำที่ครูเขียนบนกระดานลงบนสมุดได้
· เขียนประโยคตามครูไม่ได้
· ไม่สามารถแยกรูปทรงทางเรขาคณิตได้
· บางรายอาจมีปัญหาในการผูกเชือกรองเท้าหรือใช้มือหยิบจับสิ่งของ
· ใช้สายตาในการจดจำสิ่งของไม่ได้ หรือได้ไม่ดี
· เขียนไม่เป็นคำ อาจเป็นสายเส้น แต่อ่านไม่ได้
· เขียนเป็นประโยคไม่ได้
· เรียงคำไม่ถูกต้อง
· รูปของตัวอักษรที่เขียนไม่แน่นอน
บกพร่องทางคณิตศาสตร์
· มีปัญหาในการบอกความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง
· ไม่เข้าใจความหมายของจำนวน
· ไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่มองเห็น
· ไม่เข้าใจปริมาณ เมื่อขนาดเปลี่ยนไป
· ทำเลขไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นบวก ลบ คูณ หาร เพียงอย่างเดียวหรือทั้ง 4 อย่าง
· ไม่เข้าใจความหมายของตัวเลขที่นำมาเรียงกันทางคณิตศาสตร์
· ไม่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนในการคำนวณได้
· ไม่เข้าใจในการอ่านแผนและกราฟ
· มีปัญหาในการทำเลขโจทย์ปัญหา
บกพร่องทางกระบวนการคิด
· ไม่สามารถบอกความแตกต่างของสิ่งที่มองเห็นได้
· ไม่สามารถบอกความแตกต่างของเสียงที่ได้ยิน
· ไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างส่วนย่อยกับส่วนใหญ่
· มีความจำไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นความจำระยะสั้นหรือระยะยาว
· ไม่มีความมานะอดทนในการประกอบกิจกรรม
· จำสิ่งที่มองเห็นได้ แต่หากนำสิ่งนั้นให้พ้นสายตาแล้ว ก็ตามจะจำสิ่งนั้นไม่ได้เลย
· ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง
· มีพฤติกรรมเหมือนถูกควบคุมโดยสิ่งอื่นที่อยู่ภายนอก
· ไม่สนใจสิ่งรอบตัว ไม่อยู่นิ่ง
บกพร่องทางการฟังและการพูด
· มีพัฒนาการทางการพูดล่าช้า
· ไม่เข้าใจสัญลักษณ์ทางภาษา
· รู้คำศัพท์น้อย
· จำแนกเสียงพูดไม่ได้
· ใช้อวัยวะในการพูดไม่ถูกต้องทำให้พูดไม่ชัด
· รู้ว่าจะพูดอะไร แต่พูดออกเป็นคำพูดไม่ได้
· ไม่เข้าใจคำพูดของผู้อื่น
· พูดไม่เป็นประโยค พูดแล้วคนอื่นฟังไม่รู้เรื่อง
· พูดไม่ถูกหลักภาษา ไม่เข้าใจโครงสร้างทางภาษา
· ใช้คำศัพท์ไม่ตรงกับความหมายที่จะพูด
เกณฑ์การตัดสินว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้หลักฐานที่ใช้ประกอบ
· การทดสอบทางสติปัญญา
· การทดสอบเกี่ยวกับขบวนการเบื้องต้นทางจิตวิทยา
· การทดสอบเกี่ยวกับการรับรู้
· การสังเกตอย่างเป็นระบบ
· การทำงานของนักเรียน
· ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
· หลักฐานเกี่ยวกับความบกพร่องทางร่างกาย
เทคนิคการสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
1. ให้โอกาสเด็กได้มีบทบาทในการวางแผนการเรียน
2. ใช้เทคนิคการเสริมแรง
3. อธิบายให้เด็กเข้าใจว่าพฤติกรรมใดเป็นพฤติกรรมที่ดี ที่ควรแสดงออก พฤติกรรมใดที่ไม่ดีไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม เด็กไม่ควรแสดงออก ครูและเพื่อนๆไม่ชอบ
4. ครูควรนำเทคนิคในการปรับพฤติกรรมาใช้อย่างเป็นระบบ
5. ครูควรขอคำแนะนำและปรึกษาหารือกับผู้ปกครอง หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
โดย นางสาว อัมราภรณ์ สองจิตร 52010516078
สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ชั้นปีที่ 2
อ้างอิง
http://www.karn.tv/c_article/alc_a_003.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น